Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
282= บ้านบาตร - สนามหลวง
281= 2nd Anniversary
280+ Introduction to RAW #2 : Processing
279= Mixed Fruit
278+= หน้าร้อนช่างร้อนเหลือ
277=+ Samed : Lifes & Scenes II
276= Samed : Lifes & Scenes
275= nu Gade
274+= ความฝัน - ความจริง
273= Sexy & Sky
272= เรื่องราวที่ผ่านมา
271+ มีนาคม
270= นิ้งหน่อง
269.. WPP Tag
268= ที่นี่ ... อีกครั้ง
267.. Following The Sun
266+= The Story Of Love
265+ DOF
264= The First Week of Feb. 2007
263+ วันที่ฟ้ามัวเมฆ
262=.. ดินแดนแห่งนี้ที่คิดถึง
261= แอ่วเหนือปิดงาน
260= ย้อนรอย
259+= ว่าไง ... น้องสาว
258= KukZ -- AU Bangna
257+ Tag ระบาด (โดนกับเขาบ้าง)
256= Poy : โป้ย (#2)
255= 2006 Report
254= When We Become One
253= In A Night That I Found You
252= ลูกใครหว่า
251= ชุมนุมชาวบ่อ
250= Poy : โป้ย
249+ Intro to RAW #1
248.. Journey To The Beauty Of Monochrome
247= เทมจัง รักนี้เพื่อเธอ
246= Northern Trip 2006
245= It is me --- etaBO
244= Splashes

 
 
Favourites Diary
 
   
 



 

263+ วันที่ฟ้ามัวเมฆ

เที่ยงกว่าแล้ว บรรยากาศยังอึมครึมไปด้วยเมฆที่บดบังแสงอันร้อนแรงจากฟากฟ้า มันกระจุกตัวอยู่ข้างบนนั้นตั้งแต่เช้า ท้องฟ้าที่เคยสดใสวันวาน แปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้ามัวหม่น

ผมมาอยู่ที่นี่ได้ 3-4 วันแล้ว เป็น 3-4 วันที่ยังมึนงงกับสิ่งละอันพันละน้อยรอบกาย ไม่รู้ว่าจะก้าวผ่านไปทางไหนดี เหตุหนึ่งคงเพราะยังใหม่ และยังไม่คุ้นเคยกับสิ่งรอบข้าง หากแต่ก็เป็นสิ่งใหม่ๆ ที่คนที่อยู่มาก่อนแล้วต่างก็เคยชินกับทุกๆ อย่างที่ผมไม่เคยพบมาก่อน และพวกเขาเหล่านั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนเช่นกัน

ผมมีความฝันอยู่กระจุกหนึ่ง ความฝันที่จะผ่านวันที่ฟ้าอึมครึมอย่างวันนี้ไปให้ได้ แต่ในความเป็นจริงยังมีเส้นบางๆ เป็นกำแพงกั้นกลางระหว่างความฝันและความจริง มันไม่เคยทลายหายไป หากแต่รอวันที่ความฝันนั้นจะปีนข้ามผ่านมันไปยังดินแดนแห่งความจริงนั้น ให้ความฝันที่เห็นได้ปรากฏเป็นความจริงอยู่ตรงหน้า แต่ช้านานผ่านมา ผมก็ยังไม่เห็นความฝันเหล่านั้น ปีนกำแพงข้ามไปสักเท่าไหร่

จักรยานคันเก่าที่มีคนใจดีทาสีเขียวสดสวยให้ยังคงแล่นไปด้วยแรงขาของผม ผมปั่นจักรยานคันนั้นออกไปหาข้าวกลางวันกิน ระยะทางที่จักรยานสีเขียวนั้นแล่นผ่านมา ตั้งแต่วันแรกที่มันมาอยู่ที่นี่ คงไม่ใช่ใกล้ๆ ค่าที่ความเก่าของมันมิอาจซ่อนไว้ด้วยสีเขียวสดสวย แต่มันก็ยังทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี ผมยังปั่นได้ลื่นไหลไม่เหนื่อยแรง ไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู แถมด้านหน้ายังมีตะกร้าใบน้อยไว้ใส่ของ

ผู้คนภายนอกขวักไขว่ ทุกคนต่างเดินหาอาหารใส่ท้อง แน่นอนว่าชีวิตผมกลับมาเป็น “ประจำ” อีกครั้ง ชีวิตแบบพายเรือในอ่างที่ผมไม่เคยคิดใฝ่หา หากแต่บางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้นมันกำลังร้องหาผมอยู่ ไม่แน่ว่า บางทีผมอาจจะร้องหามันอยู่ข้างในลึกๆ อยู่เช่นกันก็เป็นได้ ผมมองดูผู้คนภายนอกที่ต่างสับสนวุ่นวาย รถราส่งเสียงจอแจ แข่งกันพ่นควันในวันที่ทุกคนเรียกกันว่า “วันทำงาน”

คุณป้าร้านอาหารตามสั่งใจดีดูยิ้มแย้ม กับสามีของเธอที่กำลังผัดข้าวผัดกะเพราอย่างมีความสุข ผมแอบสังเกตรอยยิ้มที่หลุดออกมาจากกะทะ มันส่งเสียงหัวเราะเป็นบางครั้งเวลาที่ตะหลิวมาแอบจั๊กกะจี๋ ผมนั่งลงสั่งอาหารแล้วเฝ้ามองสิ่งรอบข้างต่อไป เมฆครึ้มฝนทำให้แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านมากลายเป็นสีเหลืองตุ่นๆ ทาบทาลงบนวัตถุทั้งหลายให้กลายเป็นสีเหลือง แต่ความเคยชินกับมนุษย์เราก็ยังเห็นทุกอย่างเป็นสีเดิมอยู่ โดยที่ไม่รู้ว่ามันติดเหลือง

นึกย้อนกลับมาผู้คนรายรอบ พวกเขาเองก็คงจะมีบ้างที่ยังมองเห็นสีเหลืองกลายเป็นสีขาวในวันที่ฟ้าหม่นเมฆเช่นนี้ ความเคยชิน หรือถ้าจะให้ถูกก็คงต้องเรียกว่า “ความชินชา” ที่มีต่อโลกที่พวกเขาอยู่ ก็คงบดบังความเป็นจริงที่พวกเขาพบเจออยู่ทุกวัน แต่อาจจะเป็นเพราะความจำเป็นที่เป็นจริงบางอย่าง ที่ทำให้พวกเขายังติดอยู่ในวังวนของความชินชาที่ว่านี้

รอยยิ้มของคุณป้ากับสามีคงเป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกได้ถึงความสุขในชีวิต แม้ไม่มีทรัพย์สินมากมายก่ายกอง จนถึงขนาดว่าปรารถนาสิ่งใดก็ไขว่คว้ามาโดยง่าย แต่สำหรับความสุขแล้ว พวกเขามีมากจนแทบไม่ต้องไขว่คว้าให้เหนื่อยแรง

ข้าวหมูทอดจากกะทะแห่งความสุขอยู่ตรงหน้าผมแล้ว คุณลุงเดินมาถามผมว่าได้น้ำหรือยัง ผมยิ้มให้เขา และยกแก้วกาแฟเย็นที่สั่งมาให้ดู คุณลุงตอบรับด้วยรอยยิ้มที่กว้างเหมือนกับกะทะที่แกถือ ผมคิดว่าคงจะกว้างเหมือนใจของแกด้วย

รอยยิ้มของทั้งคุณลุงและคุณป้า ยังคงปรากฏอยู่ตลอดเวลาที่ผมนั่งกินข้าวกลางวันในวันครึ้มเมฆ ผิดกับใบหน้าของลูกค้าของเขาทั้งสอง ที่เหมือนจะเก็บงำบางสิ่งบางอย่างไว้เงียบๆ

ความชาชินก็เหมือนเมฆในวันนี้ มันทำให้ทุกคนดูเป็นสีตุ่นๆ ไม่สดใส คนที่ถูกความชาชินกัดกินก็เช่นกัน

ผมกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง กับสิ่งที่พวกเขาชาชิน หากแต่ผมยังมีความฝันกระจุกนั้นแฝงตัวอยู่ข้างในเงียบๆ และคอยกระซิบถามผมอยู่เสมอว่า “เมื่อไหร่ฉันจะกลายเป็นความจริง” และทุกครั้งผมก็จะตอบไปว่า “ความเป็นจริงและความชาชินในวันนี้จะหลอมรวมเจ้าเอง”

จักรยานสีเขียวกำลังมุ่งหน้ากลับไปยังที่ที่ผมเพิ่งจะมาอยู่ เส้นทางข้างหน้าดูไกลนัก วันนี้ผมเพียงแค่เริ่มต้น ปราชญ์หนึ่งกล่าวไว้ “หนทางร้อยลี้ ต้องเริ่มที่ก้าวแรก” หากแต่วันนี้ผมหาได้เริ่มจากก้าวแรกไม่

และมากไปกว่านั้น … ตอนนี้ … ผมมีจักรยาน …

     Share

<< 262=.. ดินแดนแห่งนี้ที่คิดถึง264= The First Week of Feb. 2007 >>

Posted on Wed 7 Feb 2007 1:44


ดีใจด้วยเน้อ
Pom*   
Thu 8 Feb 2007 0:21 [2]

อืม...อา...เอ่อ...เอ๋อ...อ๋อ...อ้ออออ...
บางทีก็งงง ๆ อ่า
"ความเป็นจริงและความชาชินในวันนี้จะหลอมรวมเจ้าเอง" -.-"
ยังไงอ่าคะ?
mentalspace   
Wed 7 Feb 2007 9:24 [1]



 
 
The best template from http://www.oblog.cn