Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
284+= ชีวิตกับว่าว
283= ตะลอนกิน
282= บ้านบาตร - สนามหลวง
281= 2nd Anniversary
280+ Introduction to RAW #2 : Processing
279= Mixed Fruit
278+= หน้าร้อนช่างร้อนเหลือ
277=+ Samed : Lifes & Scenes II
276= Samed : Lifes & Scenes
275= nu Gade
274+= ความฝัน - ความจริง
273= Sexy & Sky
272= เรื่องราวที่ผ่านมา
271+ มีนาคม
270= นิ้งหน่อง
269.. WPP Tag
268= ที่นี่ ... อีกครั้ง
267.. Following The Sun
266+= The Story Of Love
265+ DOF
264= The First Week of Feb. 2007
263+ วันที่ฟ้ามัวเมฆ
262=.. ดินแดนแห่งนี้ที่คิดถึง
261= แอ่วเหนือปิดงาน
260= ย้อนรอย
259+= ว่าไง ... น้องสาว
258= KukZ -- AU Bangna
257+ Tag ระบาด (โดนกับเขาบ้าง)
256= Poy : โป้ย (#2)
255= 2006 Report
254= When We Become One
253= In A Night That I Found You
252= ลูกใครหว่า
251= ชุมนุมชาวบ่อ
250= Poy : โป้ย
249+ Intro to RAW #1
248.. Journey To The Beauty Of Monochrome
247= เทมจัง รักนี้เพื่อเธอ
246= Northern Trip 2006

 
 
Favourites Diary
 
   
 



 

265+ DOF

10:02:50
... DOF ...


สำหรับ Internet Explorer
ถ้าภาพล้นจอ กด F11
เพื่อขยายเป็น Full Screen Mode

ช่วงนี้มีแต่คนถึงเรื่อง “Depth of Field” (DOF)
DOF คือช่วงระยะชัดของการถ่ายรูป
นับจากจุดโฟกัสไปข้างหน้าไปถึงข้างหลังเป็นเท่าไหร่
ตอนแรกๆ ที่ผมหัดถ่ายรูปก็งงๆ เหมือนกับคนอื่นๆ นั่นแหละครับ
จนมาตาสว่างตอนไปเจอรูปๆ นึงเข้า เป็นรูปที่แสดงหลักการทำงานของ DOF
ในแบบที่ “เข้าใจ” ไม่ใช่แบบ “ท่องจำ” ที่จะทำให้สับสนมึนงงกับชีวิตน้อยๆ ได้ง่ายๆ
คนที่ถามผมส่วนมากนั้น มักจะอ้างไปถึงการคำนวณสูตรมาตราต่างๆ
รายงานผลกันเป็นตัวเลขสถิติให้งุนงงสงกาเป็นยิ่งนัก
กว่าจะถ่ายได้ต้องเช็คแล้วเช็คอีกว่าชัดไปถึงข้างหลังข้างหน้าแล้วหรือยัง
ห่วงหน้า พะวงหลัง ห่วงหลัง พะวงหน้า
กว่าจะได้ถ่ายแต่ละรูป ค่อนวัน สรุปถ่ายรูป 2 วันได้มา 3 รูป
มัวแต่ห่วงว่าข้างหน้าข้างหลังจะเบลอมากไปหน่อย

การถ่ายรูปแบบที่ยกตัวอย่างมานี้ ทำให้เกิดอาการข้างเคียงคือ
ปวดหัวข้างเดียว
คือข้างที่เป็นมันสมองส่วนเหตุผลที่คอยแต่จะคิดเรื่องตรรกะ คณิตศาสตร์
สามารถป่วยเป็นโรคปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องได้ง่าย
บางรายอาจติดเชื้อรุนแรง
ถึงขนาดเป็นไข้หวัดนกได้ภายใน 2 วัน
เพราะไปถ่ายนกที่สนามหลวงนานไปหน่อย
ห่วงนกตัวหน้าไม่ชัด แล้วตัวหลังก็อาจจะเบลอ

อย่ากระนั้นเลย
ลืมเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเลขทั้งหมดออกจากหัว
แล้วมาทำความเข้าใจแบบง่ายๆ สบายๆ สไตล์ etaBO กันดีกว่า
ขอแค่ “เข้าใจ” ไม่ต้องซีเรียส
เพราะการถ่ายรูปเป็นเรื่องสนุก มากกว่าจะเป็นเรื่องที่หนักสมอง
ยิ่งเดี๋ยวนี้เป็นโลกดิจิตอลแล้วด้วย ลองผิดลองถูกไปเลยครับ
ถ่ายรูปแรกแล้วซูมดูในกล้อง เห็นคุณยายข้างหลังไม่ชัด
ก็บอกคุณยายถ่ายใหม่ กันเหนียว
ถ้าคุณยายหูตึง ก็อาจจะได้ยินว่า “กันเหี่ยว”
คุณยายก็อาจจะให้ของแถมเป็นรองเท้าข้างขวาที่ใส่มา พร้อมด่าลั่นทุ่งว่า
“ถึงจะเหี่ยว แต่ก็เหนี่ยวรองเท้าประทับหน้าแกได้นะโว้ย”
... อันนี้ก็ตัวใครตัวมัน ...

รูปที่ผมเห็นมาตอนที่ยังหัดถ่ายรูปแรกๆ นั้น ผมจำได้ติดตาตลอด
เพราะมันทำให้ผมเข้าใจเรื่อง DOF ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนการใช้งาน ผมขอแนะนำให้ไปลองบ่อยๆ
แล้วก็จะรู้เองว่าในสถานการณ์จริงนั้น เราควรจะทำอย่างไรกับมัน

หลักการของการถ่ายรูปให้มีระยะชัดเท่าที่ต้องการทำได้ไม่ยาก
“รูกว้าง (เลข f น้อย) เบลอกระจุย”
“รูแคบ (เลข f มาก) ชัดกระจุย”
นี่คือหลักการเบื้องต้นครับ แต่ยังมีหลักการเบื้องลึกต่อจากนั้นที่หลายคนอาจไม่รู้

การถ่ายรูปให้ได้ระยะชัดที่เราต้องการ มีส่วนประกอบอยู่ 3 อย่างด้วยกัน
อย่างแรกคือคนถ่าย (ก็แน่ล่ะ ถ่ายรูปยังไงไม่มีคนถ่ายฟะ)
อย่างที่สองคือสิ่งที่ถูกถ่าย (นี่ก็แน่ล่ะ ถ้าไม่มีสิ่งถูกถ่ายก็ถ่ายไมได้เหมือนกัน) เรียกอีกอย่างว่า subject ที่เราโฟกัส
และสุดท้าย คือสิ่งที่อยู่ในเฟรม นอกเหนือจากสิ่งที่ถูกถ่าย

DOF มันเกี่ยวข้องกับ 3 อย่างนี้นี่แหละ
อย่างแรกเลย มันขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างคนถ่าย กับ สิ่งที่ถูกถ่าย
อย่างต่อมา ขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างสิ่งที่ถูกถ่าย กับ สิ่งอื่นๆ ที่อยู่ในเฟรม
(เช่นฉากหลัง ฉากหน้า)
และสุดท้าย ระยะห่างระหว่างสิ่งอื่นๆ กับ คนถ่าย
(ย้อนกลับมาที่เดิม เพราะไม่ใช่ผ้าอนามัยที่ไม่ไหลย้อนกลับ)

ระยะห่างระหว่างคนถ่าย กับ สิ่งที่ถูกถ่าย
ถ้าห่างกันน้อย ระยะชัด (DOF) ก็จะน้อย
ถ้าห่างกันมาก ระยะชัด (DOF) ก็จะมากขึ้นด้วย
(เปรียบเทียบเมื่อใช้รูรับแสงเท่ากัน)

ระยะห่างระหว่างสิ่งที่ถูกถ่าย กับ สิ่งอื่นๆ (เช่นฉากหลัง ฉากหน้า)
ถ้าห่างกันน้อย ระยะชัด (DOF) ก็จะครอบคลุมไปถึง
ทำให้สิ่งอื่นๆ ยังชัดอยู่บ้าง (ไม่ชัดเท่า subject)
ถ้าห่างกันมาก ระยะชัด (DOF) ก็จะครอบคลุมไปไม่ถึง
ทำให้สิ่งอื่นๆ เบลอจนเสียรายละเอียดไป
(เปรียบเทียบเมื่อใช้รูรับแสงเท่ากัน)

อธิบายมากก็งงมาก เอาเป็นว่า มาดูรูปกันเลยดีกว่า
รูปที่ผมเคยเห็นรูปนั้น แล้วเซฟกลับมานั่งดูจนเข้าใจ
มันหายไปนานแล้ว ตอนที่ format เครื่องไปหลายครั้ง
ผมเลยต้องทำมันขึ้นมาใหม่เองซะเลย โทษฐานที่ถามกันมามาก

265 DOF
ต้องบอกไว้ก่อนนะครับ ว่ารูปนี้ใช้แค่อ้างอิง และยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
ตัวเลขพวกนี้เป็นตัวเลขสมมุติ ที่ผมทำขึ้นมาเพื่อให้ดูแล้วเข้าใจเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ในสถานการณ์จริงได้

ในรูปนี้ แสดงให้เห็นถึงว่า การใช้ f4
(ไม่ใช่ F4 : Friend 4ever นะ ไม่หล่อเท่า แต่เร้าใจกว่ากันเยอะ)
การใช้รูรับแสงเท่ากันนั้น (เช่นในรูปใช้ f4)
มันไม่ได้ทำให้ระยะชัดเท่ากันในทุกกรณีแบบที่เข้าใจผิดๆ กันมา
จากรูป ถ้าให้เส้นความกว้างของขอบของระยะชัด (DOF) ยาวเท่ากับ x หน่วย
เส้นสีเขียวแนวตั้งทั้ง 4 เส้นมีความยาวเท่ากัน เส้นนี้คือเส้นแสดงขอบเขตของระยะชัด
จะเห็นว่าถ้าเราถ่ายที่ระยะ 5 เมตร เราจะได้ระยะชัดครอบคลุมไปถึง 2 เมตร
หมายถึงว่า ถ้าเราถ่ายนางแบบที่อยู่ห่างออกไป 5 เมตรด้วย f4
ภาพที่เราได้ก็จะชัดตั้งแต่ข้างหน้านางแบบ 1 เมตร ไปจนถึงหลังนางแบบ 1 เมตร
ชัดในที่นี้หมายความว่า
มันจะ “เริ่ม” ชัดตั้งแต่ 1 เมตรก่อนนางแบบ แล้วไปชัดที่สุดที่นางแบบ
จนค่อยๆ ชัดน้อยลงเรื่อยๆ จนไปถึง 1 เมตรหลังนางแบบ
พื้นที่ก่อนที่จะถึง 1 เมตรหน้านางแบบ กับพื้นที่หลังนางแบบ 1 เมตรก็จะเบลอ

ผิดกับอีกรูปด้านล่าง ที่คนถ่ายกับสิ่งที่ถูกถ่ายห่างกันเพียง 3 เมตร (ใช้ f4 เท่ากัน)
แต่ระยะชัดของมันกลับครอบคลุมเพียง 1 เมตรเท่านั้น

การใช้รูรับแสงที่กว้างขึ้น มีผลให้ระยะชัดน้อยลง
เช่น f2.8 โฟกัสได้ที่ระยะ 5 เมตร
ระยะชัดของมันก็จะน้อยกว่า 2 เมตร

การใช้รูรับแสงที่แคบลง (ตัวเลขมากขึ้น) มีผลทำให้ระยะชัดมากขึ้น
เช่น f8 โฟกัสที่ระยะ 5 เมตร
ระยะชัดของมันก็จะมากกว่า 2 เมตร

เพราะฉะนั้น
มันไม่มีกฎหรือสูตรตายตัวว่าจะใช้รูรับแสง (f) เท่าไหร่ถึงจะชัดครอบคลุมไปถึงไหน
แต่หากเข้าใจหลักการทำงานของมันอย่างที่เล่ามาทั้งหมดนี้
เรื่องยากๆ ที่งงกันมานาน ก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
การนำไปใช้งานจริง คงต้องใช้ทักษะและความคุ้นเคยกันบ้าง
ขอให้หมั่นฝึกฝนก็จะทำได้
แค่อย่าไปคิดมากให้ปวดหัว และนึกอยู่เสมอว่า การถ่ายรูปเป็นเรื่องสนุก
จงสนุกกับมันให้เต็มที่

แต่ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ โดยส่วนตัวผมแล้ว
ผมคิดว่ารูปที่ดีนั้น บางครั้งก็ไม่ต้องคมชัดไปซะหมด
บางรูปเบลอ ขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง แต่อารมณ์ในภาพนั้นมันถึง
คนที่ดูภาพนั้นก็จะลืมเรื่องความคมชัดไปเลย
บอกแล้วว่าการถ่ายรูปเป็นเรื่องสนุก แค่สนุกไปกับมัน ไม่ต้องคิดมาก
ลืมเรื่องตัวเลขไปให้หมด แล้วใส่ใจกับมุมมอง วิธีการมองโลกของเราดีกว่า
แล้วเราจะถ่ายทอดภาพต่างๆ ออกมาได้อย่างที่เห็นนั้น

“ภาพที่ดีหมายถึงเรื่องราวที่อยู่ในนั้น ไม่ใช่ความคมชัด”


265 DOF
Finding etaBO
… On The Way Of Light …


     Share

<< 264= The First Week of Feb. 2007266+= The Story Of Love >>

Posted on Sun 11 Feb 2007 1:25


โบเก่งมาก แต่พี่ ไม่ถนัดมาก รอชมน้องๆแสดงฝีมือดีกว่าค่ะ
พี่นิว แม่เจ้าฮัก   
Mon 12 Feb 2007 22:30 [2]

+_+ อยากถ่ายวิวให้ชัดทั้งภาพทำไงคะพี่โบ ต้องโฟกัสตรงไหนคะ
Pom*   
Sun 11 Feb 2007 8:33 [1]



 
 
The best template from http://www.oblog.cn